Car tracker

Car tracker

Car tracker ประวัติความเป็นมาของดาวเทียม GPS ศตวรรษที่ 20 การพัฒนาเครื่องส่งสัญญาณวิทยุนั้นทำมีการต่อยอดและก็ปรับปรุงเป็นเครื่องมือช่วยในการเดินทาง เรียกว่า Radio Beacons รวมทั้ง Logan แล้วก็ Omega รวมทั้งในที่สุดเทคโนโลยีของดาวเทียมก็ทำให้วัสดุอุปกรณ์ช่วยสำหรับการเดินทางและก็การหาตำแหน่งจะพินิจจากเส้นที่สัญญาณเดินทางผ่านด้วยการประมาณ Doppler ที่เคลื่อนที่ ซึ่งมีระบบ Transit เป็นระบบช่วยการเดินเรือโดยอาศัยดาวเทียม ระบบนี้ได้รับการคิดค้นในปี ค.ศ.1950 รวมทั้งใช้งานอยู่ 33 ปี

8 เหตุผลที่ควรเลือกใช้บริการ GTS​
ติด GPS รถยนต์
ประสบการณ์มากกว่า 8 ปี
การันตีด้วยประกาศนียบัตรมากมาย
ทีมวิศวกรชั้นนำระดับประเทศ
พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบโลจิสติกส์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
Call Center 24 ชั่วโมง
โทรกลับหาลูกค้าทุกสายหากคู่สายเต็ม
ศูนย์บริการมืออาชีพมากกว่า 50 จังหวัด
ให้ลูกค้ามั่นใจสามารถเข้าแก้ไขได้ทุกที่
ผ่านการรับรองกรมการขนส่ง
ออกใบรับรองได้ภายใน 1 ชั่วโมง
รับประกันอุปกรณ์ตลอดอายุการใช้งาน
ภายใต้สัมปทาน 3G
โปรแกรมใช้งานง่ายเพียง 2 คลิ๊ก
ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
บริการหลังการขายดีเยี่ยม
พูดคุยเป็นกันเองไม่ทอดทิ้งลูกค้า

จึงได้ปลดปฏิบัติหน้าที่ไป โดยเป้าประสงค์หลักของระบบ Transit นั้นปรับปรุงขึ้นมาเพื่อการหาตำแหน่งที่แน่ๆให้กับเรือดำน้ำ Polaris ที่มีจรวดน้ำวิถี วิธีการคือ การคาดการณ์โดยใช้ความถี่ Doppler ที่เปลี่ยนแปลงแปลกตำแหน่งไปจากดาวเทียมสปุกนิก(Sputnik)

ซึ่งความที่ของสัญญาณที่แปลงของ Doppler นั้นเองจะนำไปพินิจรวมทั้งคำนวณจากการโคจรของดาวเทียมจากข้อมูลที่บันทึกเอาไว้ตามสถานีเมื่อดาวเทียมโคจรผ่านไประบบ Transit มีดาวเทียม 6 ดวง ที่เกือบเป็นวงกลม การโคจรผ่านขั้วโลกที่ความสูง 1,075 กิโลเมตร

Car tracker

ติดต่อสอบถาม คลิกที่รูป

ช่วงเวลาของการหมุนที่ 107 นาที การโคจรของดาวเทียม Transit จะมีความแน่นอนกว่าโดยติดตามจากสถานพื้นแผ่นดินที่กำหนดไว้ ด้วยความเร็วที่แน่ๆ 35 ถึง 100 รอบต่อนาที แต่ว่า Transit ก็มีปัญหาคือ การครอบคลุมพื้นที่จะมีช่องว่างระหว่างกันมาก

ผู้ใช้ต้องคำนวณโดยการ interpolate ตำแหน่งของตัวเองระหว่างที่ดาวเทียมโคจรผ่านไปการบรรลุเป้าหมายของ Transit เป็นตัวกระตุ้นให้ทั้งยังทัพเรือแล้วก็กองทัพอากาศของสหรัฐฯ ใคร่ครวญระบบช่วยการเดินทางรวมทั้งกำหนดตำแหน่งที่รุ่งเรืองกว่าเดิมและมีคุณภาพเพิ่มขึ้น

ทางกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ได้สร้างระบบการหาตำแหน่ง Navstar ทั่วโลก ซึ่งวัตถุประสงค์หลักเพื่อไว้ภายในการเจาะจงตำแหน่งการนำวิถีของจรวดอีกทั้งทางบก ทางอากาศ และก็ยังสามารถกล่าวได้ว่ากองกำลังทหารอยู่ที่ใดของสนามรบ

ซึ่งนี่เองเป็นจุดกำเนิดของการคิดค้นระบบเจาะจงตำแหน่งบนแผ่นดิน แต่จีพีเอส(GPS) จะผิดแผกแตกต่างกับ Transit คือ GPS จะส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่สม่ำเสมอ ให้ความถูกต้องแล้วก็แม่นมากกว่าระบบเดิม ก็เลยมีการปรับปรุงดาวเทียมที่มีความนำสมัยและเหมาะสมสำหรับเพื่อการใช้ประโยชน์งานต่างๆ

โดยในขณะนี้ดาวเทียม GPS ได้ถูกผลิตขึ้นมาแล้ว 4 รุ่นรุ่นที่ 1 เรียกว่า Block Iรุ่นที่ 2 เรียกว่า Block II/IIAรุ่นที่ 3 เรียกว่า Block IIRรุ่นที่ 4 เรียกว่า Block IIF

ประการแรกผู้ใช้ควรมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมหรือมีเครื่องไม้เครื่องมือนำทาง เมื่อผู้ใช้นำเครื่องไปใช้งานมีการเปิดรับสัญญาณ GPS แล้วตัวโปรแกรมจะแสดงตำแหน่งปัจจุบันบนแผนที่ แผนที่สำหรับนำทางจะเป็นแผนที่พิเศษที่มีการระบุทิศทางการจราจร ตัวอย่างเช่น

การจราจรแบบชิดซ้ายหรือชิดขวา ข้อมูลการเดินรถทางเดียว จุดหลักต่างๆข้อมูลทางภูมิศาสตร์ต่างๆฝังไว้ภายในข้อมูลแผนที่ที่ได้ ทำการตรวจแล้วก็ตั้งค่าไว้แล้ว ในแต่ละทางแยกก็จะมีการระบุค่าเอาไว้ด้วยเช่นกันเพื่อตัวโปรแกรมทำการเลือกการเชื่อมต่อของ

เส้นทางจนถึงจุดหมายปลายทางที่ได้เลือกไว้เสียงนำทางก็จะปฏิบัติงานสอดคล้องกับการเลือกเส้นทาง อาทิเช่นถ้าหากโปรแกรมเลือกเส้นทางที่จะต้องไปทางขวาก็จะกำหนดให้มีการแสดงเสียง เตือนให้เลี้ยวขวา โดยแต่ละโปรแกรมก็จะมีการกำหนดเตือนไว้ล่วงหน้าว่าจะเตือนก่อนจุดเลี้ยวเท่าไร

ส่วนการแสดงแนวทางก็จะมีการบอก ไว้ล่วงหน้าเช่นเดียวกันสุดแท้แต่ว่าจะกำหนดไว้ล่วงหน้ากี่จุด บางโปรแกรมก็กำหนดไว้จุดเดียว บางโปรแกรมกำหนดไว้สองจุด หรือบางโปรแกรม ก็สามารถเลือกการแสดงได้ตามความปรารถนาของผู้ใช้การคำนวณทางนี้จะถูกคำนวณให้เสร็จตั่งแต่แรก

และตัวโปรแกรมจะแสดงผลลัพธ์อีกทั้งภาพแล้วก็เสียงตามตำแหน่งจริงที่อยู่ ณ.จุดนั้นๆถ้าเกิดมี การเดินทางออกนอกเส้นทางที่ได้กำหนดไว้ เครื่องจะกระทำเตือนให้ผู้ใช้ทราบและก็จะคำนวณให้เพียรพยายามกลับสู่เส้นทางที่ได้วางแผนไว้ก่อน

ถ้าหากการออกนอกเส้นทางนั้นอยู่เกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ก็จะมีการคำนวณเส้นทางให้ใหม่เองอัตโนมัติเมื่อเครื่องคำนวณเส้นทางให้ผู้ใช้สามารถดูทางสรุปได้ล่วงหน้า หรือแสดงการเลียนแบบเส้นทางก็ได้ โปรแกรมนำทางบางโปรแกรมมีความ

สามารถระบุจุดแวะได้หลายจุดทำให้ผู้ใช้สามารถกำหนดให้การนำทางสอดคล้องกับการเดินทางสูงที่สุด หรือบางทีอาจใช้เพื่อการหลอกเครื่อง เพื่อให้นำทางไปยังเส้นทางที่อยากได้แทนที่เส้นทางที่เครื่องคำนวณได้ บางโปรแกรมก็มีทางเลือกให้เลี่ยงแบบต่างๆเป็นต้นว่า เลี่ยงทางผ่านเมือง เลี่ยงทางด่วน เลี่ยงทางกลับรถ ฯลฯ

ปัจจัยที่มีผลต่อสมรรถนะของ Logisticsการเปิดเส้นทางด้านการค้าแล้วก็การสร้างความสามารถสูงสุดในด้านโลจิสติกส์ ที่จะตอบสนองความจำเป็นของผู้ใช้งาน ที่ต่างอยากได้ใช้งานให้สามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงให้

“ได้ราวกับใจ” ของลูกค้า หรือ “As I Wish” แล้วก็เป็นแนวโน้มใหม่ในรูปภาพอุตสาหกรรมที่แต่เดิมจะเน้นไปที่ด้านการสร้างแล้วก็ตัวสินค้า ให้ปรับไปเน้นไปอุตสาหกรรมที่เป็นด้านการบริการด้วย และก็นอกนั้นแล้วผู้ใช้งานในบริษัทต่างๆเป็นจำนวนมากยังจะต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ๆ

ให้สามารถพบเจอกับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยกลอุบายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจสำหรับในการแข่งขันทั้งหลาย จะเป็นการวางแผนกลอุบายด้านโลจิสติกส์ซึ่งนับเป็นอีกต้นเหตุที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยยิ่งไปกว่านั้นประเด็นการบริหารต้นทุนที่จะจำเป็นต้องดำเนินการไปพร้อมกัน

กับการผลิตนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างความต่างในด้านการผลิตค่าให้กับลูกค้า ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าต่อน้ำหนักต่ำจะทำให้ทุนด้านโลจิสติกส์มีอัตราส่วนต่อรองราคาขายออกจะสูง การจะลดทุนในเวลาเดียวกันกับที่จะเพิ่มระดับความสามารถสำหรับการบริการก็เลยเป็นสิ่งท้าทายสำหรับการดูแลงาน

ด้านโลจิสติกส์เป็นอันมากรวมทั้งในภาวการณ์ที่น้ำมันมีลัษณะทิศทางปรับตัวสูงขึ้นแบบนี้ มีผลต่อต้นทุนในการขนส่งเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าการขนส่งส่วนมากจะใช้การขนส่งทางถนนหนทางเป็นหลัก และเมื่อราคาน้ำมันมีความผันผวนจะก่อให้ทุนสำหรับในการบริหารด้านโลจิสติกส์ขาดเสถียรภาพไปด้วย

วิเคราะห์!! จุดเด่น-จุดอ่อนของการขนส่งด้วยรถบรรทุกการขนส่ง

ในสมัยใหม่นั้นจะใช้เครื่องจักรเป็นหลัก ซึ่งเกิดขึ้นแทนที่การใช้เครื่องจักรไอน้ำในอดีตกาล เครื่องจักรไอน้ำที่นำมาใช้นั้นเป็นต้นเกิดของพลังงานในเรือแล้วก็รถไฟที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์ต่างๆโดยจะใช้ถ่านหินแล้วก็ฟืนเป็นเชื้อเพลิง

ก่อนที่เวลาถัดมาจะมีการพัฒนาเครื่องจักรที่มีการการเผาผลาญด้านในรวมทั้งนำมาใช้กับรถยนต์ การที่เครื่องจักรละอองน้ำเริ่มหมดไปและก็เครื่องยนต์สันดาปด้านในเกิดขึ้นเมาแทน จึงทำให้ส่วนประกอบการขนส่งบนพื้นทวีปเริ่มมีการใช้รถยนต์เยอะขึ้นเรื่อยๆ

และก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน วันนี้จะมาวิเคราะห์จุดเด่น-จุดบกพร่องที่ได้จากการขนส่งโดยใช้รถยนต์เป็นหลักข้อดีของการขนส่งโดยรถยนต์ รถบรรทุกรวดเร็ว: การขนส่งโดยรถยนต์ รถบรรทุกนั้นเป็นการบริการการขนส่งที่เร็วทันใจ

แต่ความรวดเร็วชอบแปรผกผันกับจำนวนการบรรทุก เป็นถ้าเกิดบรรทุกมากเรื่องรวดเร็วก็จะน้อยลงไปนั่นเองเป็นบริการการขนส่งจากที่ถึงที่: รถยนต์ รถบรรทุกนั้นสามารถเดินทางไปตามถนนใหญ่ เรือเล็ก หรือแม้กระทั้งที่ที่ไม่มีถนนก็สามารถไปได้

ถ้าหากว่าไม่มีเครื่องกีดขวางหรือสิ่งที่เป็นปัญหาที่เกินความสามารถของรถ การขนส่งโดยรถยนต์สามารถที่จะขนสินค้าได้ดีมากว่าต้นแบบการขนส่งอื่น จะใช้ยานพาหนะคันเดียวบรรทุกผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นทางไปที่หมายโดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะ

ตัวอย่างเช่น ขนส่งผลิตภัณฑ์จากกรุงเทพไปยังขอนแก่น ก็สามารถที่จะใช้รถบรรทุกบรรทุกผลิตภัณฑ์จากโรงงานผลิตไปยังจุดหมายปลายทางได้โดยตรง แต่ว่าถ้าเกิดการขนส่งทางอื่น ดังเช่น ขนส่งผลิตภัณฑ์ทางรถไฟ ก็อาจจะจะต้องมีการใช้รถยนต์เพื่อไปรับสินค้าที่สถานีรถไฟอีกครั้งแล้วจึงย้ายที่ไปยังจุดหมายปลายทาง

ซึ่งจุดนี้ทำให้การขนส่งโดยรถนั้นนอกจากจะรวดเร็วทันใจแล้วยังเป็นการลดขั้นตอนการขนถ่ายสินค้าที่สลับซับซ้อน ลดความเสียหายและการสูญหายของสินค้าระหว่างการขนย้ายเปลี่ยนยานพาหนะอีกด้วยเครือข่ายครอบคลุม: การที่มีถนนหนทางต่างๆ

เชื่อมโยงทุกภูมิภาคในประเทศนั้นทำให้รถยนต์ รถบรรทุกที่ใช้ในการขนส่งสินค้า สามารถที่จะเข้าถึงได้เกือบทุกสถานที่ เวลาที่การขนส่งในต้นแบบอื่นๆยังมีข้อจำกัดสำหรับในการให้บริการตามสถานที่ที่นาๆประการการแข่งขันชิงชัยสูง: ตลาดรถบรรทุกจะมีการชิงชัยมากมายหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับหลักการทางภาครัฐของแต่ละประเทศ

ประเทศที่มีการอนุญาตให้มีผู้ประกอบเกี่ยวกับการขนส่งได้หลายราย ก็จะมีการแข่งขันสูง ซึ่งตอนนี้หลายๆประเทศได้มีนโยบายผ่อนปลนลานเรื่องกฎที่ต้องปฏิบัติทางด้านการขนส่ง ทำให้มีการแข่งขันที่สูง ส่งผลต่อไปยังคุณภาพแล้วก็บริการ

ซึ่งจากการแข่งขันชิงชัยที่สูงในด้านนี้ก็ทำให้มีผลดีกับลูกค้าที่ได้โอกาสเลือกบริการที่ชื่นชอบได้มากขึ้นความทรุดโทรมน้อย: การขนส่งผลิตภัณฑ์โดยรถยนต์ รถบรรทุกนั้นมีการขนส่งที่รวดเร็ว ผลิตภัณฑ์อยู่บนยานพาหนะเป็นระยะเวลาสั้น

รวมทั้งจากถนนตอนนี้ที่ได้มาตรฐานมากขึ้น มูลเหตุที่กล่าวมานี้ล้วนแล้วมีส่วนทำให้โอกาสเกิดความย่ำแย่ของผลิตภัณฑ์มีได้น้อย สินค้าเมื่อไปถึงจุดหมายจึงอยู่ในสภาพบริบูรณ์บรรทุกผลิตภัณฑ์ในจำนวนไม่มาก: เนื่องจากว่าสามารถบรรทุกสินค้าได้น้อยสำหรับในการขนส่ง

ทำให้ใช้เวลาน้อยลงด้วยสำหรับการรวบรวมและมอบผลิตภัณฑ์ แล้วก็การถ่ายโอนที่ใช้เวลาน้อย ผลิตภัณฑ์ก็เลยถึงผู้รับได้เร็ว ลดจำนวนการใช้พื้นที่สำหรับในการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเป็นการเพิ่มระดับการบริการต่อลูกค้าอีกด้วยตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการของลูกค้า: ผู้ประกิจการค้าด้านการขนส่งมีมากมาย

แล้วก็ส่วนมากก็เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ทำให้สามารถดูแลลูกค้าแต่ละรายได้อย่างทั่วถึง และก็มีผลต่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างแน่วแน่และก็ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากเพิ่มขึ้นทำให้การขนส่งสมบูรณ์: เมื่อเทียบกับการขนส่งโดยรถยนต์ รถบรรทุกแล้ว

การขนส่งต้นแบบอื่นๆจะไม่อาจจะให้บริการได้สมบูรณ์ ดังเช่น รถไฟจะส่งได้แค่ตามสถานีเพียงแค่นั้น เรือก็จะให้บริการได้ถึงแค่บริเวณท่าเรือ โดยเหตุนี้แล้วรถบรรทุกจะเป็นการเชื่อมต่อจากการขนส่งในรูปแบบอื่นๆอีกครั้ง รวมทั้งทำให้การขนส่งบริบูรณ์

ข้อเสียของการขนส่งโดยรถยนต์ รถบรรทุกค่าใช้จ่ายสำหรับบริการในการขนส่ง: ค่าสำหรับบริการในการขนส่งผ่านรถบรรทุกนั้นมีต้นทุนออกจะสูง โดยเฉพาะเงินลงทุนจากค่าน้ำประปามันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่นต่างๆและก็ค่าใช้จ่ายต่างๆในการทะนุบำรุงยานพาหนะ

โดยเหตุนี้ค่าบรรทุกรถบรรทุกจะสูงกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่นๆละเว้นการขนส่งทางอากาศบรรทุกสินค้าได้น้อย: พื้นที่สำหรับเพื่อการบรรทุกสินค้าในรถบรรทุกจะมีข้อจำกัดด้วยความยาว ความสูง และน้ำหนักบรรทุก ทำให้การขนส่งโดยรถจะสามารถบรรทุกได้น้อยเมื่อเทียบกับการขนส่งในแบบอย่างอื่นๆ

แต่อย่างไรก็แล้วแต่ตอนนี้ได้มีการพัฒนารถบรรทุกให้สามารถบรรทุกได้มากขึ้น ดังเช่นว่า รถบรรทุกประเภทรถพ่วงหวั่นไหวต่อสภาพภูมิอากาศ: หากว่ามีฝนตก อาจทำให้การขนส่งนั้นใช้เวลามากเพิ่มขึ้นรวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่บรรทุกบางครั้งก็อาจจะเสียหายได้เพราะน้ำหรือความชื้น

หรือการเกิดภัยที่เกิดจากธรรมชาติหรืออุบัติเหตุอื่นๆที่ทำให้ถนนหนทางไม่สามารถใช้งานได้ ก็ทำให้การขนส่งโดยรถบรรทุกนี้ชักช้าออกไปด้วยเหมือนกันการขนส่งในรถยะไกล: การขนส่งรถยนต์ยะไกลบางครั้งอาจจะจำต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างจะนานถ้าหากขนส่งโดยรถบรรทุก

หรือถ้าเกิดไกลขนาดจำเป็นต้องข้ามทวีป ข้ามห้วงสมุทร การขนส่งโดยรถบรรทุกนี้ก็อาจไม่อาจจะจัดการ จำต้องใช้การขนส่งในทางอากาศหรือทางน้ำแทน

7 เทรนด์โลจิสติกส์ที่น่าจับตาดูไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีโลจิสติกส์เข้ามามีส่วนกับธุรกิจเกือบทุกชนิด ทำให้การขนส่งสินค้าหรือบริการต่างๆเพื่อไปยังคนซื้อมีการเปลี่ยนแปลงไปๆมาๆกเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าโลจิสติกส์เปรียบได้กับส่วนสำคัญของทุกกอุตสาหกรรม แน่นอนว่าต้องมีเรื่องที่น่าสังเกตกับโลจิสติกส์ที่กำลังปรับปรุงไปเรื่อยๆ

1. Internet of Thing (IoT)

Internet of Things (IoT) นั้นซึ่งก็คือ “อินเทอร์เน็ตของทุกสิ่ง” นั้นก็คือ โครงข่ายของข้าวของที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ รวมทั้งเซ็นเซอร์ฝังตัวอยู่ ทำให้สามารถเชื่อมต่อและก็เปลี่ยนข้อมูลกันได้ ซึ่งจะได้มองเห็นเทคโนโลยีใหม่ๆเกี่ยวกับการสำรวจการขนส่งด้วย RFID, GPS เยอะขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งการติดตามการขนส่งได้อย่างแม่นยำ จะก่อให้ธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด สามารถจัดแจงสิ่งต่างๆได้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งเรื่อง เส้นทางการขนส่ง การจัดการพนักงาน และการจัดเก็บสินค้าในโรงเก็บของ ช่วยทำให้การตัดสินใจถูกต้องขึ้นและทุ่นเวลาสำหรับการดำเนินการเพิ่มมากขึ้น

2. Blockchain

Blockchain คือ เครือข่ายการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งถูกจัดเก็บอยู่ใน (Block) แล้วก็เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายเหมือนห่วงโซ่ (Chain) โดยทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้และก็มีความปลอดภัยสูง นำมาซึ่งความโปร่งใสสำหรับการจัดเก็บข้อมูลสำหรับในการทำธุรกรรมต่างๆ

มั่นใจว่าปีนี้จะเข้ามามีหน้าที่กับวงการโลจิสติกส์อย่างยิ่งเลยทีเดียว เป็นต้นว่า การจัดเก็บรหัสลูกค้า ข้อมูลผู้จัดส่ง สินค้า วัสดุที่ใช้ และก็ข้อมูลอื่นๆซึ่งพวกเราสามารถเจาะจงเลข ID นี้ไปกับการขนส่งทุกครั้ง เพื่อสามารถติดตามแล้วก็คุ้มครองไม่ให้เกิดการถูกฉ้อฉล

3. Logistics ที่มีความยืดหยุ่นสิ่งนี้หมายถึงความยืดหยุ่นสำหรับเพื่อการขยายหรือลดสมรรถภาพโลจิสติกส์ เพื่อสอดคล้องกับสิ่งที่จำเป็นในห่วงโซ่อุปทานภายในระยะเวลาที่กำหนด เนื่องด้วยตลาดมีการผันแปรอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุดังกล่าวระบบอัตโนมัติจึงเข้ามามีหน้าที่สำคัญสำหรับการระบุ

การควบคุมค่าใช้จ่าย การจัดการคลังจัดเก็บสินค้า การจัดการหนทางการขาย การจัดลำดับจุดสำคัญของการจัดส่ง แล้วก็อีกมากมาย เพราะการโต้ตอบต่อสิ่งที่มีความต้องการในอุตสาหกรรม Logistics และก็ Supply Chain จำต้องดำเนินงานแบบวันต่อวัน

ดังนั้นบริษัทต่างๆก็เลยต้องสร้างความยืดหยุ่นสำหรับการดำเนินงานเพื่อคิดแผนสมรรถนะให้ตรงตามความปรารถนา ซึ่งจะช่วยทำให้มี Customer Experience ที่ดียิ่งขึ้น สามารถเห็นภาพได้แบบ Real-time สามารถเชื่อมโยงขั้นตอนการทำธุรกิจทั้งสิ้น รวมทั้งเกิดความคล่องตัวเยอะขึ้นเรื่อยๆ

4. ความสมบูรณ์แบบสำหรับการจัดส่งผลิตภัณฑ์เทรนด์ที่น่าสนใจและก็มีลัษณะทิศทางที่จะมากยิ่งขึ้นเป็น สิ่งที่มีความต้องการคำสั่งซื้อที่เพอร์เฟ็ค ซึ่งบริษัททุกหัวระแหงทราบดีว่านี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับในการวัดผลความพอใจของลูกค้า

คำบัญชาซื้อที่สมบูรณ์แบบเป็นเปอร์เซ็นต์สำหรับในการจัดส่งสินค้าให้ทุกชนิดเพียงแค่นั้น แต่ว่าจำเป็นจะต้องจัดส่งสินค้าที่ถูกต้อง บรรจุหีบห่ออย่างถูกต้อง ไปยังสถานที่ที่ถูกต้อง ตอนที่ถูก ตามจำนวนที่ถูกต้อง พร้อมเอกสารที่ถูกต้อง ในภาวะสมบูรณ์ไม่เสียหาย และส่งไปยังลูกค้าที่ถูกอีกด้วย

5. การใช้ Big Data มาพินิจพิจารณาข้อมูลเชิงลึกในระบบ Cloudความกลัวสำหรับเพื่อการจัดเก็บข้อมูลในระบบ Cloud นั้นจะไม่มีอีกต่อไป เมื่อบริษัทพากันแทนที่ระบบจัดแจงการดำเนินธุรกรรมในหน่วยงาน (Legacy System) ด้วย Cloud Data

หรือศูนย์ข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้งานได้ด้วยตนเองเนื่องจากว่าสิ่งที่จำเป็นให้ห่วงโซ่อุปทานสามารถสนองตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็รวดเร็วทันใจมากขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อให้กลุ่มประธานสามารถเข้าใจถึงตัวส่งเสริมทุน (Cost Drivers) ในกิจกรรมต่างๆของโลจิสติกส์ได้ tracking ซึ่งการพัฒนาการวิเคราะห์ข้อมูลของบริการใน Supply Chain รวมทั้ง Logistics จะช่วยสำหรับในการประกอบการตัดสินใจได้ดิบได้ดีเพิ่มขึ้น

6. เริ่มต้นใช้หุ่นยนต์ เพื่อบริหารจัดแจงคลังสำหรับเก็บสินค้าการนำเครื่องจักรมาใช้งานแทนมนุษย์ด้านในรับภาระหนี้สินไม่ใช่คอนเซ็ปต์ใหม่อะไร เมื่อคุณจำเป็นจะต้องจัดแจงคลังเก็บสินค้าที่มีขนาดใหญ่ การจัดการให้งานทุกขั้นตอนดำเนินไปได้อย่างอัตโนมัติ

โดยการวางระบบ IT ที่ดีจะช่วยทำให้การจัดการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและก็ง่ายมากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันมีบริษัทข้ามหลายแห่งที่ใช้หุ่นยนต์สำหรับการจัดการแบกรับหนี้สินพร้อมกันไปกับการใช้รถยก ทั้งนี้การจะเปลี่ยนแปลงทุกๆสิ่งทุกๆอย่างให้เป็นระบบอัตโนมัติโดยบริบูรณ์ทุกขั้นตอน

จะสามารถทำเป็นก็เมื่อมีการพัฒนาวัสดุด้านในแบกรับหนี้สินที่สามารถกำหนดได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวไหนเป็นยังไง รวมทั้งสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกเพื่อจัดส่งไปยังคนรับถัดไปได้

7. การจัดการรายได้จากทุกช่องทางการจำหน่าย (Omnichannel)

Omnichannelหมายถึงการรวบรวมการติดต่อสื่อสารแล้วก็เข้าถึงลูกค้าในช่องทางที่มากมายทั้งออนไลน์ (Website, email, LINE, Facebook, Instagram) และก็ออฟไลน์ (ร้านค้า) เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านทุกหนทางแนวทางการขาย

ซึ่งถึงเป็นการทำ CRM สมัยใหม่อีกอย่างหนึ่ง แบบอย่าง อย่างเช่น แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง Pomelo ที่ให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าผ่านเว็บไซต์ เลือกจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปยังหน้าร้านค้า (Site-to-store) และก็สามารถไปรับด้วยตนเองได้ภายใน 1-2 วันห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจค้าปลีกกำลังอยู่ในตอนของความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

เมื่อ E-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon มาแรงอย่างมาก ธุรกิจเยอะมากยอมลงทุนพรั่งพร้อม เพื่อหวังจะแย่งส่วนแบ่งตลาด เพิ่มยอดจำหน่าย รวมทั้งสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ ทั้งนี้การเข้าถึงลูกค้าในทุกหนทาง ทำให้ธุรกิจต้องตั้งรับกับการจัดการโลจิสติกส์

ซึ่งการขนส่งจะมีนานัปการช่องทาง ทั้งส่งถึงมือลูกค้าโดยตรง หรือส่งไปยังร้านค้าสาขาที่ใกล้เคียง เป็นต้น แต่ว่าปัญหาหลักคือธุรกิจส่วนมากไม่เข้าใจว่ากำไรของตัวเองเป็นเท่าไร เมื่อมีการส่งสินค้าหลากหลายวิถีทาง หรือไม่สามารถวัดผลกระทบของการคืนผลิตภัณฑ์ในแต่ละช่องทางได้ ซึ่งสิ่งจำเป็นที่สุดเป็นคุณจึงควรทราบต้นทุนและกำไรที่จริงจริงของการจำหน่ายสินค้าในทุกวิถีทางซะก่อน

กลับสู่หน้าหลัก